Thailand 2025 – Bangkok Earthquake!

กลับไทยปีนี้ เราบินจากฮูสตั้นไป นิวเจอซี แล้วไป มิวนิค ที่เยอรมันนี ก่อนจะบินอีกสิบชั่วโมงไปสุวรรณภูมิ บินมาทางฝั่งนี้ เที่ยวนี้ก็ดี เวลาไม่เลวร้าย เพราะเริ่มเดินทางบ่ายๆ ไม่ใช่แต่เช้าตรู่เหมือนเคย ระยะเวลาเดินทางก็พอๆกัน คือรวมๆ แล้ว 28-29 ชม.

จากฮูสตั้น ด้วยสายการบินยูไนเต็ด บินไปลงที่นิวาร์ก รัฐนิวเจอซีย์ เที่ยวนี้เรานั่งชั้นประหยัด แค่เพิ่มเลครูมให้คุณผู้ชาย เพราะบินไม่กี่ชั่วโมง แต่ก็ยังได้สิทธิ์เข้า louge ของยูไนเต็ด ซึ่งไม่ได้มีอะไรมากมาย กล้วยที่มีให้เปลือกเป็นสีเขียวเลย ตอนแรกก็เออ สงสัยมันเป็นพันธุ์สีเขียว ก็เลยไปหยิบมาลอง ฝาดมาก คือ งง เอามาแจกให้เอากลับไปกินที่บ้านพรุ่งนี้?

มาถึงนิวเจอซีย์แล้ว ต้องเปลี่ยนอาคาร จาก A ไป B ซึ่งเขามีรถบัสคอยรับส่งระหว่างสถานี เรานั่งมาเกือบๆ สิบนาทีมั้ง ก็นานอยู่ เขาก็จอด แล้วคนก็ลง สรุปมันเป็นอาคาร C แล้วพนักงานข้างล่างก็ตะโกนถามเราว่าทำไมไม่ลง จะไปอาคารไหน เราก็บอกว่า อาคารB เขาก็บอกว่า ต้องมานั่งข้างหน้า ข้างคนขับนะ พวกเราก็ย้ายมานั่งข้างหน้า แล้วก็ถามกันเองว่า ใครจะไปรู้ว่ะ ว่าต้องนั่งตรงไหน ตอนขึ้น คนขับรถก็ไม่ได้พูดหรือบอกอะไร เราก็นั่งรถต่อไปอีก ไปลง ที่ B คือถ้ารีบๆ นี่ หัวใจวายแน่ๆ แต่ดีที่พวกเรามีเวลากว่า สามชั่วโมง

ต่อจากที่นี่เราจะบินกับ Lufthanza ตั๋วเราเป็น business class ก็ได้เข้าไปนั่งใน louge ของเขา ก็เป็นเล้าจ์เล็กๆ ไม่มีอะไรมาก แต่ก็ยังดีมีน้ำ ขนม อาหาร เครื่องดื่มให้ เรารออีกประมาณ สองชั่วโมงก็ได้ขึ้นเครื่อง

บริการบนเครื่องก็ไม่ได้หรูหราอะไร ของที่แจกก็พอได้ใช้ อาหารก็ปกติ แต่ดูเหมือนไม่ค่อยสะอาด อย่างหูฟัง เขาก็วางไว้ให้เลย ไม่รู้ทำความสะอาดหรือเปล่า เราก็ใช้ผ้าแอลกอฮอล์เช็ดกันเอง อาหารและเครื่องดื่มก็รสชาดปกติ

บินจากนิวเจอซีย์ไป มิวนิค ใช้เวลาแค่ 7 ชั่วโมงเท่านั้น

ถึงสนามบินมิวนิค เยอรมันนี แล้วเราก็มองหา louge ก่อน ตอนนี้ที่นี่ดูเหมือนจะดีสุด เพราะกว้างขวางมีอาหารและขนมเติมและเปลี่ยนเมนูด้วย เราต้องรอเครื่องอีก 4 ชมที่นี่ แต่ใดๆ คือแม่บ้านที่ทำความสะอาดห้องน้ำที่เล้าจ์ ดูจะเหวี่ยงมาก ทำไปบ่นไป บ่นเป็นภาษาเยอรมันใส่เราด้วย ทำหน้าตาขึงขัง ทิมก็บอกว่า ไปขออาบน้ำ ชีก็ดูเหวี่ยงๆ ไม่เต็มใจให้บริการ…

เครื่องบินเที่ยวนี้เป็นของการบินไทย บินตรงจากมิวนิคไปกรุงเทพฯ วันนี้คนในชั้นธุรกิจน้อยมาก ไม่ถึงครึ่ง พนักงานก็ดูจะบริการดีเป็นพิเศษ ของแจกก็ดูดี เป็นเวอร์ชั่น จิมทอมสันต์ อาหารก็อร่อย สำหรับเรามีแอบเค็มบ้าง แต่ก็อร่อยที่สุดจากสามเที่ยวบินครั้งนี้แล้ว ใช้เวลาบิน 10ชม เราได้นอนแค่ 5 ชม ถ้าบินยาวๆ เราก็จะนอนได้ยาวกว่านี้

ถึงไทยตอนประมาณ หกโมงเช้า ตอน กัปตันประกาศ เรายังแอบคุยกันว่า เสียงกัปตันเด็กมากๆ เหมือนเด็กเพิ่งจบใหม่ๆ เลย

ถึงสุวรรณภูมิฯ ที่อาคารอะไรก็ไม่รู้ ที่เราต้องนั่งรถไฟฟ้าในการเปลี่ยนอาคาร เวลาถึงตอนนี้ แถวตรวจคนเข้าเมืองสั้นมากๆ ไม่ว่าจะเป็นแถวของคนไทย หรือคนต่างชาติ คือเดินผ่านฉลุย ไม่ต้องรออะไรเลย

แถมครั้งนี้ได้รับกระเป๋าเดินทางครบสามใบในเวลาเดียวกัน

แต่ตอนออกจากสนามบินฯ เราก็เดินตรงดิ่งมาที่แท็กซี่ ก็เห็นว่าแท็กซี่มิเตอร์ (ไฟฟ้า) พวกเราก็นึกว่าเป็นเค้าน์เตอร์แท็กซี่ใหม่ แต่พอเดินไปถามเขาก็จับขึ้นรถแท็กซี่ไฟฟ้า โหย เสียค่ามิเตอร์กับค่าทางด่วนไปเกือบ 700 (แท็กซี่ปกติ ไม่เกิน 300 แน่ๆ เพราะจากสุวรรณภูมิ มาแค่ ห้วยขวางเอง)

แว่บแรกที่มาถึงตึกไลฟ์ ห้วยขวาง เราก็ยังเฉยๆ แต่พอได้ขึ้นห้องที่เราจอง (airbnb) ที่เลือกมาเป็นเดือนๆ เพราะเราอยากได้ห้องแบบ  2ห้องนอน2ห้องน้ำ แต่พอเปิดประตูเข้าไป ห้องมีกลิ่นอับ และร้อนมาก เราก็รีบเปิดแอร์ฯกัน มองไปรอบๆ คือห้องมีการปัดกวาดเรียบร้อย แต่ถ้ามองเจาะลึกๆ จะรู้ได้ว่า ห้องสกปรกอยู่เหมือนกัน

โดยรวม พวกเราก็แอบมีอึ้ง ว่าจะอยู่ต่อ หรือ ยกเลิก เพราะ ดูเหมือน จะไม่ได้สวยเหมือนรูป เงินที่จ่ายไปล่วงหน้า 1 เดือนก็ไม่ใช่น้อย เกินครึ่งแสน เราเลยอ่ะ ลองทำความสะอาดดู ก็จัดแจงลงไปซื้อน้ำยาความสะอาด น้ำยาซักผ้า มาเริ่มทำความสะอาด ซักเกือบทุกอย่าง โดยเฉพาะผ้าห่ม (ผ้าปูที่นอน กับปลอกหมอนพกมาด้วย ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เวลาเราไปนอน airbnb หรือที่ที่ไม่ใช่ โรงแรม เราจะพกพวกนี้มาจากบ้านด้วย)

คืนแรก น่าจะสลบเพราะเดินทางมาเหนื่อย แต่ ขอบอกว่า หมอนเหม็นมากๆ ขนาดเราเปลี่ยนปอกหมอนเป็นของเราเอง แถมเตียงนอนก็ดูเหมือนไม่แข็งแรง ซึ่งทิมเขาก็ตัวใหญ่เวลาพลิกตัวที เหมือนเตียงจะเขาจะพังหรือเปล่า

ตอนเช้า พวกเราเริ่มเอาของออกจากกระเป๋าและจัดเป็นที่เป็นทาง เสื้อผ้าเอาออกมาแขวน พร้อมใส่ ทิมชงกาแฟเองได้ การมีห้องน้ำสองห้องเป็นสิ่งที่ดีที่สุดของห้องนี้

สุดท้ายเราพบว่าประตูสไลด์ไม่สามารถล็อคได้ เราก็แจ้งให้เจ้าของทราบ เขาก็บอกว่า เดี๋ยวจะลองดำเนินการให้

โดยรวมเราคุยกันว่า อยู่ไปเหอะเน๊อะ เพราะจริงๆ เดี๋ยวเราก็ออกไปเที่ยว ตจว หรือ เวียตนามอีก จริงๆ อยู่ห้องแค่ไม่กี่อาทิตย์ แต่ขออย่างเดียว ขอไปซื้อหมอนใหม่ เพราะ มันเหม็น และหนุนไม่สบายเลย

วันนี้ (วันที่มาถึงไทยเป็นวันที่2) พวกเราก็เลยนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินไปทานข้าวที่ตลาด อตก ซึ่งทุกคนรู้ว่า เป็นที่โปรดของทิม จากนั้นเราก็แว่ะเซ็นทรัลลาดพร้าว เพื่อจะทำธุรกรรมเกี่ยวกับธนาคาร และก็จะหาซื้อหมอนด้วย

เราซึ่งอยากไปทำหน้า เพราะตอนที่มาไทยครั้งก่อน ซื้อแพคเกจไว้ แล้วเหลือครั้งนึง ก็เลยจะรีบๆ ทำให้หมดไป แต่ช่วงที่รอนัด เราก็เลยไปตัดผม ซึ่งปกติทิมจะต้องขอกลับมารอเราที่ห้อง เพราะ เขาไม่เคยรอเวลาที่เราทำธุระส่วนตัวพวกนี้ แต่ครั้งนี้แปลก ทิมบอกว่า จะนั่งนวดเท้ารอ เราตัดผมเสร็จก็เดินไปจะทำหน้าต่อ ซึ่งคลีนิคเขาอยู่ชั้น 11 พอขึ้นไปถึงตามนัดแล้ว ทางคลีนิคแจ้งว่า เครื่องเลเซอร์ฯพัง เราก็แบบ งง พังตั้งแต่เมื่อวาน ทำไมไม่บอก ให้มาเสียเวลาทำไม แต่เราก็ไม่ได้พูดว่าอะไร ก็เดินออกมา เข้าห้องน้ำ ทำธุระส่วนตัว แล้วก็ลงมาชั้น 1 ซึ่งตอนนั้นทิมยังนวดไม่เสร็จ เราก็เลยเดินไปช้อปปิ้งเองต่อ ไปลองเสื้อผ้าเล่น ขณะที่จะลองก็อืม ง่วงนอนจัง สงสัยจะเจ็ตแลค ก็อดทนขยี้ตาเอา ลองเสื้อผ้าต่อ กำลังจะออกมาจ่ายเงิน ปรากฎว่า เห็นราวเสื้อผ้าโยกไปมา ส่วนตัวก็คิดว่า โหยนี่เราเจ็ตแลคแบบนี้เลยเหรอเนี่ย สักพักเหมือนมันโยกทั้งตึก แล้วคนก็ตะโกนกันโวยวาย เราก็ฟังไม่ได้ศัพท์เลย เพราะเราหมอบลงใต้โต๊ะ จากนั้นคนก็เริ่มวิ่งกรูกัน เราได้ยินเสียงพนักงานตะโกนว่า ลูกค้าไปค่ะ ต้องออกไปจากตึก ตอนนั้นคิดแต่ว่า ตึกจะถล่ม เพราะว่า ตึกไม่แข็งแรง ตึกมันเก่าแล้ว คือไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเลย วิ่งออกไปกับเขา ก็ไปยืนออกันที่ทางลงบันได เราเห็นไม่ได้การก็เดินเลี่ยงไปทางที่รถวิ่งขึันลง แล้วออกไปด้านนอก คนก็ยืนถ่ายรูปตึกฝั่งตรงข้ามกัน เราก็เขาถ่ายอะไรกันว่ะ ตอนนั้นก็โทรหาทิมไปด้วย ติดมั่งไม่ติดมั่ง แต่สุดท้ายคุยกันว่า เราจะเดินไปหาเขาที่ร้านนวด(ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับเซ็นทรัลลาดพร้าว) ตอนเดินไปก็ผ่านฝูงชนมากมาย ก็ยังไม่รู้ว่า เกิดอะไรขึ้น ตอนขึ้นเครื่องมาก็ดูหนังคิงคองกับกอดซิลล่า ก็คิดว่า ตัวอะไรมันบุกโลกป่ะว่ะเนี่ย เดินไปถึงทิม ก็โกรธเขาว่า เวลาแบบนี้ทำไมไม่ถือโทรศัพท์ เอาใส่กระเป๋าทำไม ใส่แล้วเวลาโทรก็ไม่ได้ยิน และก็ไม่ยอมรับโทรศัพท์เราเลย

สุดท้ายเรากูเกิ้ลว่าแผ่นดินไหวที่ไหน ก็ถึงรู้ว่า แผ่นดินไหวที่พม่า (ซึ่งตอนกูเกิ้ลเจอ ก็ไม่รู้ข่าวเก่าหรือข่าวใหม่) ผ่านไปเกือบ 15 นาที ก็เริ่มมีข่าวขึ้นฟีดว่า แผ่นดินไหวที่พม่าจริงๆ ตอนนี้เป็นเวลา บ่ายโมงครึ่ง ของวันศุกร์ที่ 28 มีนาคม 2568

จากตอนนี้ รถไฟฟ้าหยุดให้บริการหมด พร้อมมีกระแสว่า จะมี aftershock อีก ให้ระวัง พวกเราก็นั่งรอ รออะไรก็ไม่รู้ เพราะทำอะไรไม่ถูก เราจะลองเรียก grab หารถกลับไปคอนโดฯ ทิมก็เบรคเราไว้ว่ารอก่อน ตอนแรกเรียก grab ตอนนั้นแค่ 160กว่าบาท พอรอต่อไปอีก กลายเป็นเกือบๆ 300 กว่าบาท แถมรอนานขึ้น และรถก็ติดมากขึ้น เหมือนขึ้นรถไปแล้วก็อาจจะติดเป็นชั่วโมงๆ ไปอีก

เราเริ่มวางแผนว่าจะเดินจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน พหลโยธิน ไปลาดพร้าว แล้วถ้ายังไม่เปิดให้บริการ ก็จะเดินต่อไปอีกสถานีหนึ่งเรื่อยๆ ไป

สรุป เราเดินจากเซ็นทรัลลาดพร้าว กลับไปถึง คอนโดที่ห้วยขวาง ก็น่าจะประมาณ 8กม กว่าๆ ช่วงที่เดินเราก็โทรไปจอง รร Jace ด้วย เพราะเป็น รร ใหม่ และสูงแค่ 8ชั้น

ทิม ยังคงมีความหวังว่าจะได้กลับเข้าคอนโดฯ ในคืนเกิดเหตุฯ เพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเลย ซึ่งเราก็ยังไม่ได้เห็นคลิปอะไร ตอนที่เดินมาถึงคอนโด (ซึ่งเป็นตึกสองตึกข้างๆ กัน)

ก็เห็นว่าทุกคนอพยพลงมานั่งรอกันที่ป้อมยามข้างนอก เราสองคนก็ยังคิดว่า น่าจะรอได้ ช่วงที่นั่งรอก็มีอะไรก็ไม่รู้หล่นมาจากตึกดังลั่น คนก็วิ่งหนีกระจัดกระเจิงกัน (ทิมเดินหนีเบาๆ เรานี่ส่ายหน้าในความชิลของเขา) เราบอกทิมว่า รอไปก็ไม่ได้เข้าห้องแน่นอน เดินไป รร กันเถอะ อีก ประมาณ 1.5 กม พวกเราก็เดินไป กว่าจะถึงรร ก็เกือบๆ 6โมงเย็น รร ก็ค่อยข้างวุ่นวาย แต่ก็ต้องขอบใจน้องๆที่รับโทรศัพท์แล้วเก็บห้องไว้ให้เรา ทั้งที่ไม่ได้จ่ายเงินเลย พอเข้าห้องเรารีบอาบน้ำเพราะเดินตากแดดเหงื่อเต็มตัวกัน เดินจนเท้าแตก

เรานี่ใช้ครีมอาบน้ำของ รร ล้างหน้า และก็นอนไปทั้งแบบนั้นเลย แม้จะมีเซเว่นฯ ไม่ไกลมาก แต่เราเดินไม่ไหวแล้วจริงๆ ก็นอนไปแบบนั้น เช้าตื่นมาอาบน้ำ ก็แว่ะไปซื้อโรลออน กับครีมกันแดดมาทาหน้า

อ่านต่อ…

กล้องวิดีโอ

ไปเก็บของ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll Up